หลังจากผ่านมรสุมชีวิตครั้งที่ 2 ในช่วงชีวิตการทำงานมาได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่า สมัยเรียน ปวส. ผมจึงได้กลับเข้าทำงานอีกครั้ง หลังว่างงานอยู่เป็นเวลา 2 เดือน โดยหลังจากทำงานได้ซักพักหนึ่ง ก็มีความคิดที่จะเปลี่ยนงานใหม่อีกครั้งเนื่องจากรายจ่ายมันไม่ค่อยจะพอกับรายรับเท่าไร ในระหว่างที่รอการตัดสินใจของผมเองอยู่นั้น ก็ปรากฎว่ามีอยู่คืนหนึ่ง ใกล้รุ่งสาง ผมได้สะดุ้งตื่นจากความฝัน ในฝันนั้น ประมาณว่า ผมได้เดินทางไปเที่ยวกับพวกเพื่อนๆด้วยกัน จนมาหยุดยืนพักอยู่ได้ร่มไม้ใหญ่ พรันแหงนหน้ามองเลยใต้เงาไม้เข้าไป ปรากฎเห็นเป็นพระปรางค์สีทองเหลืองอร่ามสวยงามยิ่งนัก 3 องค์เรียงกันอยู่ ผมจึงหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนฝากล้องออก เพื่อจะทำการถ่ายรูปเก็บไว้ดู ทันใดนั้น ปรากฎว่า ท้องฟ้าที่เคยสดใส กลับมืดลงอย่างกระทันหัน ผมแหงนหน้ามองท้องฟ้าอยู่ดูความเปลี่ยนไป เริ่มมีลมพายุพัดมาอย่างแรง ทุกคนที่มาด้วยกันได้วิ่งหนีเข้าไปหลบในพระปรางค์กันหมด ส่วนตัวผมเองพยายามจะวิ่ง แต่วิ่งยังไงก็ก้าวขาไม่ออก ทันใดนั้นก็ปรากฎมีผู้หญิงวัยกลางคนรูปร่างสูงเพรียว ใส่ชุดสีแดง คล้ายกระโปรงยาวๆ ออกมาจากพระปรางค์องค์ด้านข้าง เข้ามาพยายามฉุดแขนผมเพื่อออกจากที่ตรงนั้น ผมสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝัน แล้วย้อนความจำกับเหตุการณ์ในฝันที่เพิ่งผ่านไป เพราะภาพที่ปรากฎนั้นชดเจนกว่าครั้งไหนๆที่เคยผ่านมา อย่างกับ HDV 1080 ประมาณนั้น
ผมจึงอ่านประวัติของพระปรางค์โดยละเอียดเพิ่มเติม ก็พบว่าภายในแต่ละยอดของพระปรางค์ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องนาคปรก พระโลเกศวรสี่กร และพระนางปรัชญาปารมิตา เท่านั้นละครับผมเลยรู้สึกว่าอาการขนลุกแบบที่ไม่ได้ปวดท้องมันเป็นยังไง ผมก็ค้นหาต่อไปอีก ว่าตำแหน่งที่ประดิษฐานขององค์ที่เป็นผู้หญิงอยู่ทางไหน ปรากฎว่าเป็นทางซ้ายครับ ทางเดียวกับในฝันที่มีผู้หญิงออกมาจากพระปรางค์ด้านซ้ายครับ โอ้โห...คราวนี้ชักขำไม่ออก ผมคนรุ่นใหม่สนแต่เรื่องเทคโนโลยี ชอบดูเรื่องประวัติศาสตร์อยู่ แต่ไม่เน้นถึงขนาดจะต้องมา search หาข้อมูล ผมอ่านประวัติของ พระนางปรัชญาปารมิตา ต่อ แล้ว search ดูรูปภาพต่ออีกครั้งครับด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการแต่งกายเหมือนกับที่เห็นในฝันมาก คือนุ่งเ็ป็นกระโปงยาวเหมือนในรูปด้านล่าง
นี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจทำงานต่อที่เดิม เพื่อที่จะต้องการเดินทางไปสักการะ พระปรางค์สามยอด ระหว่างเดินทางไปดูการติดตั้งเสา outdoor ที่อำเเภอหนองหม่วง นอกจากนั้นก็ยังทำให้ผมรู้จักกับ อักษรเทวนาครี (प्रज्ञा पारमिता) กับ อาณาจักรฟูนาน ( Funan ) รู้เกี่ยวกับความเป็นมาครั้งอดีตกาลของบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง





















