มาถึงตอนเย็นวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2552 ผมจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นเรียบร้อย ก็นั่งเล่น Internet ตามปกติที่บ้าน แต่ตอนนั้นไม่รู้ผมคิดอย่างไร จึง Search หาข้อมูลหอพักเล่น ผ่าน Google ผลการค้นเป็นที่หน้าตกใจ ผมพบข่าวคนผูกคอตายในห้องน้ำ หลังจากอ่านต่อลงมาเรื่อยๆ ผมต้องสะดุดกับเลขห้องพัก 219 ที่ปรากฏอยู่ในเนื้อข่าว เพราะมันเป็นห้องพักเดียวกันกับที่ผมกำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ในวันพรุ่งนี้ ผมไม่รีรอโทรหาทางหอพักในทันทีเมื่อรู้ข่าว ทางผู้ดูแลหอพักตกใจเล็กน้อย ถามกลับมาทางผมว่า "ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน" ผมบอกผมอยู่บ้าน แล้วผมก็ถามเข้าตรงๆกับเหตุการณ์ที่เป็นข่าว จึงตกลงกันว่าจะไปเคลียร์กันตอนเช้า คุยไปคุยมา ทางหอพักบอกว่ายังมีห้องพักเหลืออยู่อีกห้องหนึ่ง คือห้อง 507 แต่เขาบอกว่ามีคนจองแล้ว แต่ยังไม่แน่นอนว่าจะเข้าอยู่หรือเปล่า ทั้งๆที่ก่อนหน้าผมไปจองก่อนคนนั้นก็ไม่ได้บอกผมว่ามีว่างสองห้อง คืนนั้นเล่นเอาผมนอนไม่หลับทั้งคืน
ตอนเช้ามาตกลงกับทางหอผมจึงเปลี่ยนสัญญาไปเช่าห้อง 507 แทน โดยที่ทางหอไม่ได้ให้สำเนานั้นกับทางผมไว้ จากนั้นผมจึงโทรปรึกษากับพี่ๆป้าๆที่ Office ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมจึงได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกว่า ยังมีผู้หญิงโดดตึกตายลงมาอีกห้องหนึ่ง แต่นานแล้ว ผมค้นหาข้อมูลอันนี้แต่ไม่เจอ หลังจากขนของเข้าพักที่ห้อง 507 จัดแจงห้องนอนเรียบร้อยแล้ว เป็นเวลาช่วงหัวค่ำ ผมรู้สึกอึดอัดใจกับข้อมูลล่าสุดที่ได้รับมาเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจลงไปถามกับเจ้าของหอที่กำลังนั่งจิบไวน์อยู่ด้านล่างถึงข้อมูลหลังสุดที่ได้รับ ทางหอยืนยันห้อง 507 ไม่มีคนตาย เคยมีแต่ออกมาโดดนอกห้อง ผมรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแต่ยังรู้สึกไม่ค่อยดี
ผมอยู่ห้อง 507 มาเกือบ 10 เดือนไม่พบเหตุการณ์ใดที่ผิดปกติ แต่แปลกที่มีบางอย่างเกิดขึ้น คือผมค้นหาข้อมูลการจัดเตียงนอนตามหลักหวงจุ้ยที่มีผลต่อสนามแม่เหล็กโลก ที่เหมาะกับคนเกิดธาตุดิน ช่วงปีที่ผมเกิด พบว่าต้องหันหัวเตียงนอนไปทางทิศตะวันตก ผมจัดการปรับแต่งห้องใหม่ทันที เพราะไม่ได้คิดอะไร ซึ่งก็ไม่พบอะไรผิดปกติเช่นกัน จนวันหนึ่งผมไปนั่งกินเหล้าที่คอนโดลูกหัวหน้าผมซึ่งเคยอยู่หอนั้นมาก่อน เล่าให้ฟัง (คือพี่เขาจะมีเซนต์เรื่องพวกนี้) ตอนนั้นอยู่ห้อง 509 เช้าวันหนึ่งนอนอยู่ประมาณ10 โมงเช้า ดูทีวีอยู่ ปรากฎว่ามีผู้หญิงนุ่งกางเกงในสีแดงตัวเดียวเดินทะลุกำแพงออกมานั่งคล่อมบนตัวพี่เขาแล้วเอานิ้วล่วงเอาไปในปาก เล่นเอาคืนนั้นผมกลับมานอนที่ห้องไม่หลับเลย เป็นอยู่เกือบอาทิตย์ เพราะห้องที่ติดกับแกก็คือห้อง 507 ที่ผมกำลังอยู่กับห้อง 511 อีกฝั่งหนึ่งนั้นเอง ผมเลยคิดว่าตกลงแล้วมันเดินทะลุออกมาทางไหนกันแน่
หลังจากนั้นอีกหลายอาทิตย์ เป็นเช้าวันหนึ่งประมาณ 7 โมงเช้าผมตื่นขึ้นมาเนื่องจากเสียงบนพรึ่มพร่ำอะไรสักอย่าง ผมตั้งใจจับใจความเสียงนั้นทั้งๆที่ยังสะลึมสะลืออยู่ พอจับใจความได้ว่าเป็นเสียงสวดมนต์ของพระ ดังอยู่ซักระยะหนึ่งจนผมตื่นจึงเงียบไป ผมค่อนข้างแปลกใจมากเพราะอยู่มาไม่เคยได้ยิน จึงนึกถึงเรื่องต่างๆรอบข้างตัว ก็นึกได้ว่าวันนั้นตรงวันที่เพื่อนสนิทผมกำลังอุปสมบทหมู่อยู่ที่วัดชลประทานช่วงเช้าพอดี แต่ก็ไม่รู้จะเกี่ยวกันหรือเปล่า
หลังจากนั้นผมสังเกตุเห็นห้องฝั่งตรงข้าม 504 ว่างอยู่ จึงตัดสินใจขอย้ายห้องอีกครั้งเพราะเริ่มรู้สึกแปลกๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนิดหน่อย ผมย้ายมาอยู่ห้อง 504 ได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง เป็นช่วงเดียวกับที่แม่บ้านผู้หญิงคนเก่าของหอพักลาออก มีแม่บ้านผู้หญิงคนใหม่มาแทน ซึงค่อนข้างกระตือรือร้นมาก เดินนำเอาจดหมายของแต่ละห้องพักมาส่งให้หมดเลย ฉบับแรกมาส่งผิด ห้องไม่ตรงชื่อไม่ตรง ผมเลยเอาไปคืนกับทางหอข้างล่าง อีกไม่กี่วันมาอีกฉบับหนึ่ง คราวนี้เป็นจดหมาย จาก Power Buy ส่งถึงห้อง 507 จ่าหน้าซองถึงผู้หญฺิงคนหนึ่งที่ชื่อ พรพิมล รู้รอบ แม่บ้านคงเห็นว่าคนล่าสุดที่อยู่ 507 คือผมจึงนำจดหมายตามมาส่งที่ห้อง 504 ให้ด้วยความหวังดี ผมจึงนำไปคืนกับทางหอพักด้านล่างอีกที แต่อดใจที่จะ Search หาข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ที่เคยอยู่ห้อง 507 ไม่ได้ เจอเพียงแต่นามสกุลเดียวกันกับเธอที่มีข่าวชกต่อยกันระหว่างผู้ปกครองของเด็กที่มาเล่นในรายการ Gameshow รายการหนึ่งตอนเย็นเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเกิดเรื่อง เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผมตัดสินใจจะขับรถออกไปบ้านหม้อซื้อของมาทำอะไรเล่นซะหน่อย ระหว่างเดินไปที่รถที่จอดอยู่ทางด้านข้างของตึก ซึ่งตรงกับช่องหน้าต่างตรงทางเดินของตึกพอดี ผมเหลือบไปเห็นรอยบุบที่ฝากระโปรงหน้ารถของผมพอดี ซึ่งเป็นรอยที่ไม่เคยมีมาก่อน ผมสันนิฐานว่าอาจมีคนแกล้งเอาอะไรปามาจากด้านบนก็เป็นได้ เพราะก่อนหน้านั้นมีลูกของคนที่อยู่ห้อง 214 ออกมาเล่นบาสบริเวณหน้าหอแล้วแฟนผมขับรถมา ปรากฎว่าบอลกระเด็นตกใส่บริเวณที่กระโปรงหน้าเต็มเลย แต่ดีที่ไม่ปุ่บ
ผมตัดสินใจขอทางหอพักดูภาพจากกล้องวงจรปิดตรงบริเวณทางเดินไปตรงบริเวณช่องหน้าต่างด้านนั้นหมดทุกชั้น ในช่วง 2-3 วันก่อนหน้านั้น แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานมาก ผมจึงรู้สึกเบื่อที่จะมานั่งดู ประกอบกับยามที่หอ บอกว่าก่อนหน้านั้น 2-3 วัน มันมีกิ่งไม้หล่นลงมาตรงบริเวณที่ผมจอดรถอยู่พอดี จึงน่าจะเป็นสาเหตุจากเหตุการณ์นี้หรือเปล่า ซึ่งผมก็เลยไม่ติดใจอะไร เพราะมันไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน และทางหอพักเองก็ออกตัวแล้วว่าเขาไม่รับผิดชอบตรงส่วนนี้ ผมจึงเอารถไปทำสีฝากระโปรงมาใหม่เอง
เหตุการณ์ผ่านไปยังไม่ถึงอาทิตย์ ผมจอดรถไว้ในบริเวณที่ทางหอพักจัดไว้ให้ด้านใน ประกอบกับหอพักทาสีรั้วใหม่ และไม่ได้มีการแจ้งหรือบอกกล่าวกับทางผู้เช่าอาศัยเลย ผมขับรถกลับบ้านไปวันเสาร์ถึงประมาณบ่ายโมง เลยล้างรถกะว่าจะเคลือบสีฝาประโปรงหน้าที่เพิ่งทำมาใหม่ซะหน่อย ขณะล้างอยู่ผมสังเกตสะเก็ดของเม็ดสี เป็นสีเขียวกระเด็นติดกระจายเต็มฝากระโปรงหน้าของผมเต็มไปหมด มันคือสีที่กระเด็นมาจากแปรงทาสีขณะที่ช่างที่ทางหอจ้างมาทาสีรั้วใหม่นั้นเอง ผมโทรกลับไปบอกทางหอพักแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทางหอบอกจะรับผิดชอบให้ โดยบอกว่าช่างมีน้ำยาที่สามารถจะเอาออกได้ ผมกลัวว่ายิ่งปล่อยทิ้งไว้นานอาจเช็ดไม่ออก ผมจึงตัดสินใจรีบขับรถไปตอนั้นเลย ไปถึงที่หอพักประมาณ 5 โมง ผู้ดูแลหอพักผู้ชายกับช่างทาสีมาดู แล้วไปนำน้ำยาที่เขาว่ามา ซึ่งมันก็คือน้ำมันสนนั้นเอง พยายามเช็ดอยู่นาน เช็ดเท่าไรก็ไม่ออก เจ้าของหอผู้ชายบอกเดี๋ยวลองไปให้ที่ร้าน Carcare ขัดสีให้ดู แต่ทางร้านบอกขัดไม่ได้เดี๋ยวสีซีด ผมก็บอกแล้วว่าราคาผมไปทำมามัน 1500 บาทเอง แต่ทางเจ้าของหอบอกว่าเข้าจ้างช่างมาแล้วไม่เกี่ยวกับเขา คุณต้องไปเอาค่าเสียหายกับช่างทาสีเอง ผมดูช่างทาสีซึ่งเป็นชาวบ้านไม่ได้มีเงินอะไรมากมาย ไม่รู้ว่าจ้างกันปากเปล่าหรือเปล่า เงิน 1500 ยังไม่มีจ่ายให้ผมเลย ต้องไปขอยืมเจ้าของหอผู้ชายนั้นแหละมาจ่ายให้ผม พอกลับไปที่หอพัก ผมติดต่อกับทางเจ้าของหอผู้หญิงว่า เนียะผมเพิ่งไปกลับมาจากบ้านหยกๆช่วย ค่าน้ำมันผมหน่อยดิ แกพูดดูเหมือนว่าผมไปขอเงินแกอย่างนั้น จึงเกิดมีปากเสียงกันตั้งแต่ตอนนั้น ผมตัดสินใจขอย้ายหอพักวันนั้นเลย เจ้าของหอผู้หญิงยินดีไม่สนใจกับเรื่องที่เกิด แต่เป็นเวลาหลัง 5 โมงเย็นจึงย้ายไม่ได้ อีกทั้งยังพูดจาในลักษณะข่มขู่หมายจะทำร้ายร่างกายผมอีกด้วย
วันเช้ารุ่งขึ้นผมตื่นมาทำการย้ายขนของแต่เช้า รถเข็นที่เคยมีอยู่ก็ทำทีเป็นว่าถูกนำไปใช้ ผมก็เฉยๆ ไม่ได้สนใจเพราะขนเองคนเดียวไม่ต้องใช้เครื่องทุ่นแรงก็ได้ ลืมบอกไปทางหอพักทำธุรกิจทนายควบคู่กับหอพักไปด้วย โดยมีเจ้าของหอผู้ชายเป็นทนาย ระหว่างขนอยู่นั้นผมก็สังเกตุเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งเป็นลูกของคนที่อยู่ห้อง 214 มานั่งจ้องผมอยู่หน้าหอตาเขม็ง ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะจะรีบย้ายออกไปให้เร็วที่สุดเกลียดนิสัยคนรวยเห็นแก่ตัว โดยมีเจ้าของหอผู้หญิงนั่งอมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจอยู่ข้างใน
หลังจากนั้นผมก็เขียนเรื่องราวทั้งหมดลงเว็บผม รวมทั้ง VDO ต่างๆ พอ Keyword เข้า Google เจ้าของหอผู้ชายก็เต้นเป็นเจ้าเข้าเลย บอกว่าผมไปเขียนว่าเขา หาว่าทำให้เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง แล้วตอนก่อนหน้านั้นละ คุณเคยแคร์ผมซักนิดไหม มาพูดข่มขู่จะทำร้ายผม รถผม รถแฟนผม อ้างกฎหมายมาตรานู้นมาตรานี้ ว่าผมเอาข่าวไปบอกให้บุคคลที่สาม ก็เนียะเว็บผมเอง ห้ามผมเดินถนนบริเวณหน้าหอที่เป็นถนนส่วนบุคคล แล้วก็ตะโกนใส่หูผมว่า "แล้วมึงจะรู้ว่าคนใต้อย่างกูทำอะไรได้บ้าง" จริงๆธรรมะน่าจะซึมเข้านิสัยของเขาบ้างนะ เจ้าของหอผู้หญิงโทรไปหาหัวหน้าผมบอกให้ผมเอารูปภาพที่ทำให้เขาเสียหายออก ผมเกรงใจหัวหน้าก็เลยเอาออก แต่ก็มีเพื่อนที่ Office ยังจอดรถอยู่ที่ถนนหน้าหอ เพราะเป็นคนใต้เหมือนกัน เลยไม่มีปัญหา จริงๆผมไม่เคยคิดแบ่งคนใต้คนเหนือคนอีสาน คนขาวหรือคนดำ คนรวยหรือคนจน คนอ้วนหรือคนผอม เพราะประเทศเราจริงๆมันก็เล็กนิดเดียว แต่ผมดูที่การกระทำ การแสดงความรับผิดชอบ ความถูกต้อง เงินแค่ 1500 บาท คุณเป็นนายเขา อยู่บ้านใหญ่โต ชีวิตสุขสบาย ยังต้องมาให้ช่างทาสีจนๆจ่ายค่าเสียหายแทนคุณอีกเหรอ วันนั้นถ้าเจ้าของหอแสดงความรับผิดชอบบ้าง อย่างเช่น เออพี่ไม่ได้ตั้งใจน้อง ลืมบอกก่อนล่วงหน้าไป จะได้ให้ถอยรถห่างออกมาจากแนวรั้วให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัย ผมจะไม่โกรธเลย แต่นี้มาเล่นแง่ข้อกฎหมาย เอาว่ายังไงเขาก็ไม่ผิด
จากนั้นก็โทรมาขู่กับหัวหน้าผมว่าเขารู้จักกับทหาร จะเอาทหารมารุมกระทืบผม ถ้าผมไม่เอาข้อความที่ทำให้เขาเสียหายออก อย่างนี้มันเป็นการกระทำของคนดีหรือคนชั่วที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมกันแน่ครับ มาวันนี้ผมกลับเข้าไปดู และยังรู้สึกดีใจที่เห็นเขาได้พบปะต่างกับเพื่อนต่างๆมากมายบน Facebook ได้แสดงความคิดเห็นต่าง Upload รูปภาพ ส่งข้อความถึงกันระหว่างลูกสาว เขาพร่ำสอนลูกใน Facebook ให้คิดดีทำดี แต่ตนเองไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกเลย ผมได้เห็นเขาสัมพัสถึงพลังอำนาจของการสื่อสารของโลกการสื่อสารไร้พรหมแดน แต่มันก็จะทำให้ชีวิตการดำเนินชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปข้อมูลทุกอย่างจะสามารถคนหาได้อย่างง่ายได้ผ่าน Internet ขอเพียงคุณเป็นคนที่ไม่เอาเปรียบคน ไม่ดูถูกคน ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่มีใครว่าหรือเขียนโจมตีคุณได้หรอก มาถึงวันนี้ผมลบข้อมูลที่อาจจะทำให้คุณเสียหายออกหมดแล้ว เราต่างคนต่างดำเนินชีวิตของแต่ละคนไป ข้อความที่เกิดหลังจากนี้ที่พาดพิงให้เกิดความเสียหายซึ่งบางที่อาจจะเป็นความจริงก็ได้จะไม่ได้เกิดจากผมแน่นอน อาจเป็นลูกค้าคนอื่นๆก่อนหน้าที่คุณกระทำไว้กับเขาก็ได้ แต่ผมต้องเขียนเหตุการณ์ที่มันเกิดกับผม เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ หลังจากย้ายหอใหม่ผมก็ไม่เจออะไรผิดปกติอีกเลย ยกเว้นวันแรกถ้าห้องข้างล่างไม่ได้ทะเลาะกัน ผมได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนทะเลาะกับผู้ชายอีกคนอยู่ ร้องไห้คร่ำครวญ "แล้วฉันจะอยู่อย่างไร" เท่านั้นเอง คงอาจตามมาส่งผมในวันแรกกระมั่ง แต่ที่สำคัญผมแนะนำให้คุณนำพระไปสวดซะจะเป็นการดีที่สุด หรือไม่ก็ทำบุญหอพักซักครั้งหนึ่ง เพราะตำแหน่งที่ตั้งนั้นเต็มไปด้วยแยกต่างๆมากมาย แล้วอย่าลืม set permission Facebook ใหม่ให้รัดกุมด้วยถ้าหากคุณไม่ต้องการให้ใครดูรูปภาพ ข้อมูลส่วนตัว และกิจกรรมต่างๆของคุณ
ดีใจกับ Turbo หมาใหม่ด้วย!!!!





















