จึงทำให้ผมได้รู้ว่าอีกฝ่ายคิดกับผมยังไง จิตกรไส้แห้งส่งรูปชุดหนึ่งไม่กี่พันบาท คงสู้คนเลี้ยงกุ้งที่ขายที่ได้เป็นล้านๆไม่ได้ จะให้รู้สึกถ้าคนๆหนึ่งที่เพิ่งรู้จักกัน แท้จริงแล้วมันมองผมเป็นแค่พวกไส้แห้ง ทุกสิ่งที่ทำไปรู้สึกได้เท่านั้นเอง
ช่วงเวลา 2 เดือนแรกที่สนิทกันด้วยความจำเป็น เพราะมันเข้ามาพร้อมกัน ซึ่งมันก็ไม่มีแน้วโน้มว่ามันจะเป็นความสัมพันธ์ที่เกินกว่าเพื่อนร่วมงาน แม้เธอจะชวนไปนอนค้างที่บ้าน หลังจากไปฉลองวันเกิดกัน เราก็ไม่ได้มีอะไรกัน ผมเองจังต้องไปยืนลบหลังช่วยมันอ๊วกอยู่หน้าบ้านเลย ผมรู้แต่วันแรกแล้วว่ายังไงเราก็ไม่เหมาะกัน แต่พักหลังคนมันก็เริ่มจะล้อกัน เพราะเดินด้วยกันบ่อย พวกคนส่วนใหญ่มันชอบหาว่าผมชอบของแปลก คือไอ้ที่ว่าแปลกคือประมาณว่าจะออกแนวทอมๆคล้ายๆผู้ชายหน่อย แต่ผมว่าดูยังไงก็ไม่นะ (หรือว่าดูพลาดไปวะ) คือประมาณว่าพี่ๆเค้าอาจจะปากมันไปหน่อย แต่ผมก็บอกไปว่าผมไม่อยากให้พวกเค้าพูดแบบนั้น เพราะเดี๋ยวมันรู้แล้วมันจะเสียความรู้สึก
แต่พอดีจังหวะไปเจอแจ๊กพ๊อตซะก่อน หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายๆโทรไปคุยกัน ก็คุยกันไปไกล แต่ก่อนผมจะอาศัยอยู่บ้านแฟนผม พอดีไปช่วยเค้าทำ วิทยานิพนธ์ช่วงนั้น พอวันอาทิตย์ผมก็จะกลับมาที่พักที่นวนคร ผทเวลาจะคบกับใคร ไม่มีแบ่งเรื่องตังค์หรอกว่าของใครเ่ท่าไรยัง คือแบบถือกระเป๋าแทนกันไปได้เลย ไม่ใช่นั้นเงินฉันนี้เงินเธอ แต่แบบว่าต้องมีตังค์กันทั้งคู่ด้วยนะ ก็จะไปแวะซื้อของพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูปเอาไว้ไปกินตอนเช้า เพราะอาหารที่โรงอาหาร Agere Thai รสชาติไม่ได้เรื่องเลย แบบหมาไม่แดกอะครับ แต่คนนี่นั่งกินกันเต็มเลย
ผมก็เลยต้องเอาโจ๊กกระป๋องมาเก็บไว้ในตู้ไว้กินตอนเช้า มันก็จังหวะว่า เค้าไปคุยกัน 2 คน เอาโจ๊กไปแจกคนนู้นคนนี้ ทางนี้ก็คงบอกว่านั้นแหละโจ๊กฉันซื้อให้เอง อะไรประมาณนี้ พอตอนหลังผมก็มาคุยกับมันว่าเป็นไรไม่คุยกับผม มันก็ถามผมมีศักดิ์ศรีไหม ผมก็งงสักขาวดำกูยังไม่มีเลย คือมันคงคิดว่าประมาณว่าผมต้องไปให้คนอื่นซื้อของให้ทำไม โอ๊ยจริงๆมันไม่ได้มีอะไรมากแค่โจ๊ก ผมไปแบ่งคนอื่นกินไม่เห็นแปลก ผมซื้อเองก็มีมันก็สลับกันไป ไม่ได้สำคัญอะไรเงินไม่กี่บาท
ซึ่งมันก็ไม่เห็นน่าจะต้องมาโกรธผมอะไรมากมาย ก็ยังงงๆอยู่ แต่พอหลังๆผมมารู่ว่ามันคิดยังไง ผมก็เลยเลิกคุยกับมันไปเลย ผมไม่รู้ว่าอาจจะคุยกันแบบสนุกมันปาก ประมาณ super mount ครั้งสุดท้ายที่คุยกันทาง IM มันถามอะไรผมอย่างผมก็งง ไม่รู้จะตอบยังไง ประมาณ จบ จบ อะไรซักอย่าง ผมก็งง จบอะไรมันวะ กูยังไม่ได้เริ่มเลย ใครจะไปกล้าแหมผมใส่กางเกงยีนส์แบบฟิตๆมาหน่อยยังไม่ถึงเด็ป มันก็ด่า บอกผมเหมือนจิ้งเหลน เข้ตอนนี้แม่งใส่กันทั้งเมือง ผมให้มันจัดอับอับ Top 10 หนุ่ม Agere มามันก็ก็ List มาเลย แหมไม่มีกูติดอยู่ไหนเลย มันบอกของผมไม่มีอยู่ใน list โอ๊ยแล้วใครมันจะไปคิด มาบอกผมไม่ให้เกียรติมัน ยังไงวะก็เป็นเพื่อนกันเพื่อนผู้หญิงผมก็นิสัยประมาณมันทั้งนั้น
หลังจากนั้นก็ไม่คุยกันเป็นปี จนวันผมกลับมาจากสิงค์โปร พอเอาตีนแตะพื้นดินปั๊บ (เข้... อ่านแล้วดูดี) เปิดมือถือปุ๊บ พี่ที่แผนกก็ก็ว่ามานั่งกินอยู่โรงเบียร์ เจอมันมากับเพื่อนที่บริษัทเก่าพอดี จะให้ผมรีบไปเคลียร์ โอ๊ยจะไปทันได้ไง จังหวะพอดีพี่คนหนึ่งก็เปิดประเด็นผมไป ถามทำไมว่ามันถึงไม่ยอมคุยกับผม ช่วงนั้นมันคงเริ่มเมาแล้ว บอกว่าผมไม่ดี มาด่าเพศแม่ให้มันฟัง มันรับไม่ได้ ผมก็งง อะไร ที่มึงว่าพ่อกูจิตกรไส้แห้งเท่าไมไม่เอาหัวเขาคิดบ้างวะ จากนั้นข่าวมันก็แพร่ออกไป ผมก็เสียหาย จริงๆผมอยากจะถามมันแต่โทรไปมันก็ไม่เคยรับ จริงๆก่อนกลับมามันก็ด๊อด M ไปถามกับอีกฝั่งถึงเรื่องผม ไม่รู้อยากรู้เรื่องผมอะไรนักหนา ว่าเป็นยังไงตอนนั้นยังคบกับผมอยู่หรือเปล่า คุยกันเรื่องนู้นเรื่องๆนี้ ที่มันเคยมาด่าผมบอกถ้าอยากรู้เรื่องมันอย่าไปถามกับคนอื่นมันไม่ชอบให้ถามมัน อ้าวยัง บางครั้งมันก็บอกว่าผมโทรไปหามันตอนดึกๆดื่นๆ ตอนนั้นก็มีโทรไปแค่ครั้งเดียวตอนกำลังขับรถกลับจากลาดกระบังกับเพื่อน ไงหลังๆกูกะจะตั้ง scripts run ให้แม่ง call ให้ hang ไปเลย
จริงแล้วผมว่ามันใช้โอกาสคุยกันดูความลับผมว่าผมเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่าผมเปิดทุกอย่างไม่มีปิด มีมันที่ปิด ทุกเรื่องที่รวมหัวกันคุย ผมทำอย่างนู้นทำอย่างนี้ ยกเว้นเรื่องเดียวเรื่องที่มันชวนผมไปนอนค้างที่บ้าน ไม่หยักกะคุยให้ฟัง ผมเลยเป็นคนเล่าให้อีกฝั่งฟังเอง เพราะว่าผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง ที่ผมไปก็ไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง และที่สำคัญเราก็ไม่ได้มีอะไรกัน อย่างที่คนอื่นคิดกันว่ามันน่าจะเป็นด้วย ผมแค่ต้องการเลี้ยงวันเกิดให้เพื่อนผู้หญิงคนใหม่ของผมคนหนึ่งเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นก็ยังมีการะทำของมันอีกหลายอย่าง....ผมทนได้ทุกอย่างที่มันทำ ผมไม่ใช้กำลังกับผู้หญิงหรอก ผมจะให้ซักวันหนึ่งมันได้มีโอกาสมาอ่าน อ่านในสิ่งที่มันทำ ถ้ามันเผอิญโชคดีมีครอบครัว ผมก็จะรอให้ลูกมันมาอาจ สิ่งที่มันทำกับผม ไม่ใช่แค่ความรู้ศึกผม ชีวิตการทำงานผม อนาคตในหน้าที่การงาน มันยังไม่จบเหมือนอย่างวันสุดท้ายที่มันตะโกนด่าลั่นใส่หูผมผ่านโทรศัพท์มา ตอนผมถามมันว่าเมื่อไรมันจะหยุดแกล้งผมซะที มันบอกว่า ไม่หยุดมันไม่หยุด ตบท้ายด้วย ไอ้เฮี้ย อีกหนึ่งคำ สบายไปกู มันบอกว่ามันไม่ลืมมันจะจำไปจนตาย เออก็ดีกูก็จะให้มึงจำกูไปจนตายเหมือนกัน
ผมได้รับการอนุญาตและความยินยอมอย่างเป็นทางการโดยตรงจาก สุรสา ประเทืองธรรม ให้สามารถเขียนเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างผมกับสุรสา ผ่านทางเว็บไซท์ได้





















