หลังจากที่ผมมาอยู่ได้ประมาณเดือนถึงสองเดือนก็เลยต้องซื้อจักรยาน เพราะหอพักที่เช่าอยู่ตอนนั้นมีระยะทางห่าไกลจากสถาบันมาก เดินกลับคงไม่ไหว ใช้เวลาเดินนานมาก ร้านจักรยานสมัยนั้นก็มีไม่เยอะ ผมเลือกซื้อร้านหนึ่งคูหา ผมเลือกซื้อรุ่นล้อขนาด 20" เพราะไม่ต้องการแบบที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป โดนปกติผมจะเดินทางกลับไปบ้านในเมืองผ่านทางรถไฟเป็นประจำเกือบจะทุกอาทิตย์ โดยนั่งไปสุดที่หัวลำโพง หลังจากใช้จักรายานมาถึงปลายสัปดาห์แรกหรือที่สองผมจำได้ไม่ถนัด ผมก็จอดจักรยานไว้หน้าตึก A คล้องไว้ด้วยสายล็อคปกติ ผมเลิกเรียนประมาณเย็นๆ ก็เลยนั้งรถไฟกลับไปบ้านตามปกติ และกลับมาวันอาทิตย์อีกที เมื่อมาถึงวันอาทิตย์ ผมก็เดินกลับมาเอาจักรยานของผมที่หน้าตึก A จักรยานผมสีม่วง มีเกียร์ปรับสปีดด้วย แต่ปรากฎว่าผมไม่ผมมันจอดอยู่ที่เดิมแล้ว ผมออกตามหาอยู่สักพักแต่ก็ไม่พบก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าผมจำไม่ผิดผมได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจเหมือนกัน แต่ก็คงจะไม่ได้คืนกลับมา เพราะสมัยนั้นหายกันบ่อยมาก ผมครุ่นคิดอยู่ในใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจกลับไปที่ร้านเดิมที่ซื้อมา แล้วเราเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ว่าผมเพิ่งซื้อไปแต่มันหายไปแล้ว ผมเลยต้องการซื้อใหม่อีกคันแต่ขอเป็นแบบผ่อนได้ไหม ทางร้านตกลงไม่ว่าอะไร โดยบอกให้เอาไปใช้ก่อนได้เลยแล้วมีเมื่อไรค่อยเอามาให้ ผมรู้สึกประทับใจมาก ไม่คิดว่าทางร้านจะให้ เพราะผมไม่มีเครดิตอะไรเลย เหมือนเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ บัตรนักศึกษาอะไรทางร้านก็ไม่ได้ขอไว้ จากนั้นจึงเดินเลือกจักรยานในร้าน ผมเลือกจักรยานคันใหม่ขนาดล้อ 24" สีส้ม มีเกียร์ปรับสปีดที่มากขึ้นกว่าคันเดิมที่เพิ่งหายไป เพราะคันใหม่นี้มันจะมีคนขี่น้อยมาก แล้วก็ไม่ซ้ำใคร คือถ้าใครขโมยเอาของผมไปขี่ เห็นปุ๊บก็จำได้เลย แล้วผมก็ขี่กลับไปที่หอพักด้วยความรู้สึกดีใจในช่วงเวลาแย่ๆ หลังจากนั้นผมก็ค่อยๆทยอยผ่อนให้กับทางร้านคืนทุกเดือนจนครบเต็มจำนวน จักรยานคันนั้นผมใช้อยู่จนเรียนจบและนำกลับไปที่บ้านด้วย นี่จึงเป็นเรื่องดีๆที่ผมนึกได้สมัยเรียน เอามาเขียนให้ได้อ่านกันบ้าง ผ่านมาสมัยนี้ผมแทบไม่เห็นคนขี่จักรยานแถวลาดกระบังอีกเลย





















