Main Relay มีหน้าที่หลักๆแยกออกเป็นสองอย่างคือ 1.ตัดต่อไฟเลี้ยงจากแบตเตอรี่ที่ส่งไปเลี้ยงวงจรและเซ็นเซอร์ในส่วนต่างของ รถ 2.ตัดต่อแหล่งจ่ายไฟของ Fuel Pump ภายในตัว Main Relay ซึ่งจะมีหน้าสัมผัสอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 หน้าสัมผัส ต่ออุนกรมกันอยู่ คือ อันหนึ่งสำหรับแหล่งจ่ายไฟหลัก ส่วนอีกอันเป็นของ Fuel Pump โดยหน้าสัมผัสแรกจะ ON ก่อน จากนั้นหน้าสัมผัสอันที่สองซึ่งเป็นของ Fuel Pump ถึงจะสามารถ ON ตามได้ สังเกตุได้จากเสียงดัง คลิ๊กๆ 2 ครั้งเวลาที่เราบิดกุญแจมาที่ตำแหน่ง ON พอหลังจากนั้นไฟเตือน Ignition ที่เรือนไมล์ก็จะดับลงอาการเสีย เท่าที่พบจะเป็นตอนที่อากาศร้อนๆ โดยเฉพาะหน้าร้อนนะครับ เวลาที่เราขับๆรถมาเรื่อยๆ แล้วต้องหยุดรถและดับเครื่องยนต์ จากนั้นภายในเวลาไม่นานเครื่องยนต์ก็ยังไม่เย็นลง และก็ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง จะทำให้สตาร์ทไม่ติด สังเกตุดูที่เรื่อนไมล์จะเห็นไฟเตือนรูปเครื่องยนต์สีส้มติดค้างอยู่ และไฟบอกสถานะ การใช้งานในโมด sport สีเขียวที่มีตัว sอยู่ จะติดกระพริบเรื่อย และไม่ได้ยินเสียงหน้าสัมผัสของรีเลย์ต่อกัน เป็นเหตุผลทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติด อย่างเช่นตอนที่เราขับมาร้อนๆ แล้วจอดดับเครื่องเติมน้ำมัน พอเติมเสร็จเครื่องยังร้อนอยู่จึงทำให้สตาร์ทไม่ติด

วิธีการตรวจสอบ}ตรวจสอบตัว Relay
-
อันดับแรกให้ทำการถอด Main Relay ออกมาจากใต้คอนโซลทางด้านหน้าคนขับ (น็อต 10 mm)
-
ทำการตรวจสอบหน้าสัมผัสของ Fuel pump ก่อน ด้วยการต่อไฟบวกเข้าที่ขา 6 ของ relay และกราด์วที่ขา 8 จากนั้น
- ทำการวัดความต่อเนื่องของหน้าสัมผัสระหว่างขา 5 และ ขา 7 ของรีเลย์ด้วยมโอห์มมิเตอร์ ถ้าวัดไม่ขึ้นแสดงว่าหน้าสัมผัสของ Fuel pump เสีย ต้องทำการเปลี่ยนใหม่ ถ้ายังใช้ได้ให้ทำขั้นตอนถัดไป

- ทำการตรวจสอบหน้าสัมผัสหลักของ Main relay ด้วยการต่อไฟบวกเข้าที่ขา 5 และต่อกราด์วที่ขา 2 ของ รีเลย์ จากนั้นวัดความต่อเนื่องของหน้าสัมผัสโดยการใช้โอห์มมิเตอร์วัดคร่อมระหว่าง ขา 1 และ 3 ของ Main Relay ถ้ามิเตอร์ไม่ขึ้นแสดงว่าหน้าสัมผัสเสียให้ทำการเปลี่ยนใหม่ ถ้ายังใช้ได้ให้ทำการตรวจสอบขั้นถัดไป
- ทำการตรวจสอบหน้าสัมผัสของ Fuel Pump อีกครั้งแต่เปลี่ยนจากไฟบวกที่เข้าขา 6 ไปเป็นขา 3 และทำการวัดหน้าสัมผัสอีกครั้ง ถ้าใช้ได้แสดงว่า Main Relay ปกติ ถ้าหน้าสัมผัสไม่ต่อกันให้ทำการเปลี่ยน Main Relay ตัวใหม่
ตรวจสอบสายไฟและขั้วต่อของ Relay
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสวิตช์สตาร์ทอยู่ในตำแหน่ง off
- ทำการถอด connector ออกจากตัว relay
- ใช้โอห์มมิเตอร์ตรวจสอบความต่อเนื่องระหว่างขา 2(BLK)ของ Connector กับกราด์วที่ตัวถังจะต้องเชื่อมต่อถึงกัน ถ้าใช่ให้ตรวจสอบขั้นตอนถัดไป แต่ถ้าไม่ถึงกันให้ตรวจสอบสายไฟและการเดินสายไฟใหม่
- ทำการวัดค่าแรงดันตกคร่อมระหว่างขั้วที่ 1 (YEL/BLU) และขั้วที่ 2 (BLK) ของขั้วต่อด้วยโวลต์มิเตอร์ จะต้องมีแรงดันไฟตกคร่อม ถ้าไม่มีให้ตรวจสอบฟิวส์ของ ECU ขนาด 10A ที่กล่องฟิวส์ และตรวจสอบสายไฟและการเดินสายไฟใหม่

- ทำการต่อสายโวลต์มิเตอร์ระหว่างขั้วที่ 5 (BLK/YEL) และขั้วที่ 2 (BLK) จากนั้นบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON จะต้องมีแรงดันตกคร่อมเกิดขึ้น ถ้าไม่ให้ตรวจสอบฟิวส์หมายเลข 2 และการเดินสายไฟระหว่างสวิตช์สตาร์ทกับกล่องฟิวส์

หลังจากที่ทำการตรวจสอบข้างต้นแล้ว แต่อาการที่เกิดขึ้นก็ยังเป็นๆหายๆ อาจเกิดมาจากปัญหารอยบัดกรีร้าว ทำให้เวลาที่อุณหภูมิสูงตะกั่วมีการอ่อนตัวและแยกออกจากกัน ทำให้นำไฟฟ้าได้ไม่ดี คือมีค่าความต้านทานมากขึ้น ทำให้แรงดันตกคร่อมน้อยลงไม่พอที่จะต่อหน้าสัมผัสรีเลย์ให้ถึงกันได้จึงทำ ให้สตาร์ทไม่ติด สามารถทำการถอดตัววงจรของรีเลย์ออกมาจากกล่อง แล้วทำการย้ำรอยบัดกรีทีเกิดการร้าวใหม่
Reference:
Newer news items:
- 17/10/2007 10:57 - Wheels Alignment
- 21/02/2007 23:57 - Accord 4thGen ซด LPG
- 12/02/2007 23:50 - Honda 20 pin stereo wiring
- 31/01/2007 04:41 - Troubleshooting Accord 4th Gen
- 24/01/2007 03:57 - Brake light Failure sensor






























