แป ร้นนน… แปร้นน… ช้างน้ำมาแร้น หลายคนคงไม่อยากให้มีใครแซวแบบนี้ แต่นั่นเป็นสัญญาณบอกให้เรารู้ว่าเราอ้วนแค่ไหน แล้วจะแก้ไขอย่างไร ในปัจจุบันคนไทยเป็นโรคอ้วนมากขึ้นจากแต่เดิมที่มีการสำรวจก่อนหน้านี้พบว่า มีไม่ถึง 10 ล้านคน แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านคน ปัจจัยสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภค การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป
โรคอ้วน คืออะไร
โรคอ้วน หมายถึง ภาวะที่มีไขมันในร่างกายมากกว่าปกติและยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นคนที่มีน้ำหนักตัวมากอาจไม่ได้หมายความว่าอ้วน เพราะอาจจะมีกล้ามเนื้อหรือมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่
นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันลิกกินส์ ในเมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า มนุษย์แต่ละรายมีพัฒนาการด้านชีวภาพที่แตกต่างกันไป โดยพัฒนาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา
จากผลการศึกษาของคณะนักวิทยาศาสตร์ชุดนี้ชี้ว่า ทารกที่เกิดกับมารดาที่มีภาวะโภชนาการไม่สมบูรณ์เมื่อตั้งครรภ์ คาดการณ์ว่าจะเผชิญกับภาวะโภชนาการไม่สมบูรณ์ในอนาคตด้วย และจะปรับระบบพัฒนาการทางชีวภาพเพื่อให้ระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายสามารถ เก็บกักตุนไขมันได้มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเกิดปัญหาโรคอ้วนในที่สุด
นอกจากนี้โรคอ้วนยังเกิดจากพฤติกรรมการขาดการออกกำลังกาย ชอบนั่งดูทีวีหรือเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทั้งวันและยังบริโภคอาหารประเภทขนม กรุบกรอบ น้ำหวาน อาหารสำเร็จรูปเกินจำเป็น ชอบรับประทานของทอด ของมัน ทานเกินปริมาณความต้องการของร่างกาย ฯลฯ
โรคอ้วนโดยมากพบได้ทั้งในเด็กวัยเรียนและในผู้ใหญ่วัยทำงาน ส่วนช่วงวัยรุ่นอาจเป็นช่วงที่กำลังมีความเจริญเติบโตจึงไม่ค่อยพบ แต่ในอนาคตช่วงวัยนี้อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากเด็กที่กำลังเป็นโรค อ้วนนั้นกำลังจะไล่ขึ้นมา
จะพิจารณาได้อย่างไรจึงจะเรียกว่า “อ้วน”
โรคอ้วน หมายถึง ภาวะที่มีไขมันในร่างกายมากกว่าปกติและยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นคนที่มีน้ำหนักตัวมากอาจไม่ได้หมายความว่าอ้วน เพราะอาจจะมีกล้ามเนื้อหรือมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่
นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันลิกกินส์ ในเมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า มนุษย์แต่ละรายมีพัฒนาการด้านชีวภาพที่แตกต่างกันไป โดยพัฒนาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา
จากผลการศึกษาของคณะนักวิทยาศาสตร์ชุดนี้ชี้ว่า ทารกที่เกิดกับมารดาที่มีภาวะโภชนาการไม่สมบูรณ์เมื่อตั้งครรภ์ คาดการณ์ว่าจะเผชิญกับภาวะโภชนาการไม่สมบูรณ์ในอนาคตด้วย และจะปรับระบบพัฒนาการทางชีวภาพเพื่อให้ระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายสามารถ เก็บกักตุนไขมันได้มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเกิดปัญหาโรคอ้วนในที่สุด
นอกจากนี้โรคอ้วนยังเกิดจากพฤติกรรมการขาดการออกกำลังกาย ชอบนั่งดูทีวีหรือเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทั้งวันและยังบริโภคอาหารประเภทขนม กรุบกรอบ น้ำหวาน อาหารสำเร็จรูปเกินจำเป็น ชอบรับประทานของทอด ของมัน ทานเกินปริมาณความต้องการของร่างกาย ฯลฯ
โรคอ้วนโดยมากพบได้ทั้งในเด็กวัยเรียนและในผู้ใหญ่วัยทำงาน ส่วนช่วงวัยรุ่นอาจเป็นช่วงที่กำลังมีความเจริญเติบโตจึงไม่ค่อยพบ แต่ในอนาคตช่วงวัยนี้อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากเด็กที่กำลังเป็นโรค อ้วนนั้นกำลังจะไล่ขึ้นมา
จะพิจารณาได้อย่างไรจึงจะเรียกว่า “อ้วน”

สามารถดูได้จากน้ำหนักตัวที่มากกว่าควรจะเป็น นั่นคือผู้ที่มีปริมาณไขมันในร่างกายสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งตามหลักสากลกำหนดไว้ว่า ผู้ชายไม่ควรมีปริมาณไขมันในตัวเกินกว่า 12-15 % ของน้ำหนักตัว ส่วนผู้หญิงไม่ควรมีปริมาณไขมันในตัวเกินกว่า 18-20 % ของน้ำหนักตัว
วิธีการวัดค่าในปัจจุบันเรียกว่า “ดัชนีมวลของร่างกาย” (Body Mass Index) เรียกย่อว่า BMI โดยหาค่าได้จาก
BMI = น้ำหนัก (Kg.) / ส่วนสูง (M) ยกกำลังสอง
ยกตัวอย่างเช่น วรรณา สูง 160 ซ.ม. หนัก 80 Kg.
BMI = 80 / (1.6) ยกกำลังสอง 31.25 Kg../M ?
จากค่าที่ได้นำมาเทียบจากมาตรฐานชาวเอเชียควรมี BMI อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 Kg../ M ยกกำลังสอง ถ้าสูงกว่าถือว่าเริ่มอ้วนแล้ว แต่ถ้าต่ำกว่านี้ก็จะถือว่าผอมไปค่ะ
ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ, ไทยรัฐ , Thaihealth , เดลินิวส์ , Daradaily
| < Prev |
|---|
Newer news items:
- 15/03/2009 18:19 - ขา ข้อเท้า อ่อนแรง และ ชาความรู้สึกลดลง
- 21/02/2009 21:41 - 6 Home Body Weightless Workout
- 15/02/2009 22:06 - กรุ๊ปเลือด A B O AB มีความแตกต่างกันอย่างไร
- 15/02/2009 21:35 - สมอง bright ใสปิ๊ง
- 15/02/2009 21:34 - จุดเปลี่ยนเพื่อความสวย












